Taiwan Tourism
Taiwan Tourism
Taiwan Tourism
Taiwan Tourism
Taiwan Tourism

แจกแพลนนั่งรถไฟเที่ยวรอบเกาะไต้หวัน 3 วัน 2 คืน 60 ชั่วโมง 22 สถานี ล่าสแตมป์พร้อมสำรวจสถานีลับที่ต้องลอง!

การเดินทางท่องเที่ยวรอบเกาะไต้หวันถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางในฝันของใครหลายคน สำหรับผู้ที่มองหาประสบการณ์แปลกใหม่ การนั่งรถไฟวนรอบเกาะภายในเวลา 60 ชั่วโมง พร้อมแวะสะสมสแตมป์ ณ สถานีรถไฟ 22 แห่ง ถือเป็นตัวเลือกการท่องเที่ยวที่น่าสนใจและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

บทความนี้ได้รวบรวมแนวทางการวางแผนเส้นทางรอบเกาะไต้หวัน 3 วัน 2 คืนสไตล์สายลุย รวมถึงการพาทุกคนไปชมบรรยากาศของ “สถานีลับ” ที่ซ่อนตัวอยู่ตลอดเส้นทาง สำหรับใครที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจ หรืออยากลองสะพายเป้เที่ยวล่าสแตมป์ตามสถานีรถไฟ บอกเลยว่าห้ามพลาด เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกเดินทางไปสัมผัสความสนุกสุดตื่นเต้นครั้งนี้พร้อมกันเลย!

เที่ยวไต้หวันด้วยรถไฟ


ขอขอบคุณรูปภาพจาก https://www.railway.gov.tw

เที่ยวรอบเกาะไต้หวันด้วยรถไฟ 3 วัน 2 คืน ภารกิจสายลุย 60 ชั่วโมง 22 สถานี

เส้นทางนี้เน้นพาเที่ยววนรอบเกาะไต้หวันแบบจุใจในเวลา 3 วัน 2 คืน เริ่มลุยกันตั้งแต่เช้าวันแรก ยาวไปจนถึงตอนค่ำของวันที่ 3 ถือเป็นการจัดตารางเที่ยวที่ลงตัวสุด ๆ เพราะได้ทั้งความตื่นเต้นท้าทายสไตล์สายลุย แถมยังได้ซึมซับบรรยากาศแบบสโลว์ไลฟ์ไปพร้อมกันด้วย

ความสนุกและเสน่ห์ของทริปนี้ อยู่ตรงที่เราจะได้ค่อย ๆ ตะลุยเช็กอินไปทีละสถานีตามแพลน ได้ฟินกับความรู้สึกภูมิใจเวลาทำภารกิจสำเร็จไปทีละจุด และรับรองว่าจะได้รับความทรงจำสุดประทับใจไปตลอดทางแน่นอน!

เปลี่ยนการเดินทางด้วยรถไฟให้เป็นทริปล่าสแตมป์


ขอขอบคุณภาพจาก Facebook: 莉小姐的旅行圖卡
(ภาพกระเป๋าผ้าไว้สำหรับล่าสแตมป์) 

เตรียมอุปกรณ์ไว้สำหรับเก็บการประทับตราสแตมป์ เช่น ถุงผ้า หรือสมุดโดยเฉพาะ ถือเป็นไอเดียที่ช่วยเพิ่มความสนุกให้กับการเดินทาง พอไปถึงแต่ละสถานี ปักหมุด แล้วพุ่งตรงไปที่โถงขายตั๋วแล้วกดปั๊มสแตมป์บันทึกการมาเยือนเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้ทันที

นอกจากนี้ การเก็บสะสมตั๋วรถไฟกระดาษจากขบวนรถท้องถิ่น (Local Train) ยังช่วยเพิ่มเสน่ห์และความคลาสสิกให้กับทริป นอกเหนือจากการทำภารกิจที่สถานีแล้ว เรายังจะได้ออกไปเดินเล่นเสพบรรยากาศชิล ๆ ของย่านชุมชนโดยรอบ ชิมอาหารท้องถิ่น และซึบซับเมืองขนาดเล็ก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่มีแค่การนั่งรถไฟเที่ยวเท่านั้นที่จะให้ได้!

วันที่ 1 เส้นทางสายตะวันตก: สัมผัสความรวดเร็ว เก็บจุดเช็กอินแบบรัว ๆ 

การเดินทางเริ่มต้นในช่วงเช้าเวลา 08:00 น. จากสถานีไทเปด้วยรถไฟท้องถิ่น เส้นทางสายตะวันตกมีระยะห่างระหว่างสถานีค่อนข้างสั้น แต่ละสถานีอยู่ใกล้กันมาก ได้ลุยแบบคล่องตัวสุด ๆ ลงรถไฟ พุ่งไปปั๊มสแตมป์ แชะภาพถ่ายรูป แล้วพร้อมลุยต่อทันที!

เส้นทางวันที่ 1 ครอบคลุม 9 สถานี ได้แก่
ไทเป > หยางเหมย > เหมียวลี่ > ซานอี้ > สือหลิว > เจียอี้ > ผิงตง > จู๋เถียน > เฉาโจว

ไฮไลต์เด็ดของวันนี้ยกให้ สถานีสือหลิว ในเมืองหยุนลิน และ สถานีจู๋เถียน ในผิงตง สองสถานีไม้โบราณอายุกว่าร้อยปี ที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามเป็นเอกลักษณ์ โดยทั้งสองสถานีนี้มีเฉพาะรถไฟท้องถิ่นเท่านั้นที่จอด พอตกค่ำเดินทางถึงสถานีเฉาโจวซึ่งเป็นจุดหมายสุดท้ายของวัน ก็ได้เวลาเช็กอินเข้าที่พัก ออกไปเดินเล่นถ่ายรูปกับงานประติมากรรมเก๋ ๆ ลานหน้าสถานี หรือแวะชิลต่อที่ Chaozhou Railway Cultural Park ก็ได้เช่นกัน

สถานีลับที่ไต้หวัน

ขอขอบคุณรูปภาพจาก:  Ganbaruby – 自己的作品/ https://zh.wikipedia.org/zh-tw

วันที่ 2 เส้นทางสายใต้: ตื่นเช้ารับแสงอรุณ พร้อมวิวทะเลสีฟ้าสุดเยียวยาใจ

การเดินทางในวันที่สองเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 05:03 น. ออกจากสถานีเฉาโจว มุ่งหน้าสู่เส้นทางสายใต้ (South-Link Line) ชมทัศนียภาพท้องทะเลสีน้ำเงินนอกหน้าต่างยามเช้า ก่อนที่ขบวนรถไฟจะค่อย ๆ พาเราข้ามเข้าสู่พื้นที่ธรรมชาติอันสมบูรณ์ของฝั่งตะวันออก

เส้นทางวันที่ 2 ครอบคลุม 8 สถานี ได้แก่
เฉาโจว > ไท่หมาหลี่ > จือเปิ่น > คังเล่อ > ไถตง > ซานหลี่ > ลู่เหย่ > กวนซาน > ตงหลี่

จุดแวะพักที่ไม่ควรพลาดคือ สถานีซานหลี่ ในไถตง สถานีลับสุดสโลว์ไลฟ์ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างอบอุ่นท่ามกลางทิวเขา เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบสำรวจสถานีขนาดเล็ก รวมถึง สถานีไท่หมาหลี่ ที่เดินออกจากสถานีมาปุ๊บ จะเจอกับถนนที่มุ่งตรงสู่ชายหาดและท้องทะเลกว้างใหญ่แบบเต็มตา 



ขอขอบคุณภาพจาก: https://misslitravel.com

วันที่ 3 เส้นทางหุบเขาและจุดสิ้นสุดการเดินทาง

วันสุดท้ายพาเข้าสู่หุบเขาฮวาตง (Hualien-Taitung Valley) เริ่มต้นวันด้วยทัศนียภาพสุดลูกหูลูกตาที่ สถานีตงหลี่ วิวตรงนี้สามารถมองเห็นยอดเขาของภูเขาหยกได้ไกล ๆ สวยตราตรึงใจมาก

เส้นทางวันที่ 3 ลุยส่งท้าย 5 สถานี:
ตงหลี่ > ฟู่หยวน > ว่านหรง > เฟิงเถียน > ตงซาน > อี๋หลาน > สิ้นสุดที่สถานีไทเป

แต่ละสถานีในวันสุดท้ายมีกิมมิกท้องถิ่นน่ารัก ๆ ให้แวะชมเพียบ ไม่ว่าจะเป็นงานประติมากรรมผีเสื้อสุดเก๋ที่สถานีฟู่หยวน แวะชิมขาหมูเจ้าเด็ดใกล้สถานีว่านหรง หรือสัมผัสกลิ่นอายหมู่บ้านผู้อพยพสไตล์ญี่ปุ่นที่สถานีเฟิงเถียน ทริปนี้ปิดฉากความสำเร็จอย่างงดงามเมื่อรถไฟวิ่งกลับมาถึงสถานีไทเปตอนประมาณ 20:00 น. พิชิตภารกิจเก็บครบ 22 สถานีภายใน 60 ชั่วโมงได้สำเร็จ !


ขอขอบคุณภาพจาก: https://misslitravel.com

การวางแผนที่พัก งบประมาณ และเทคนิคการสะสมสแตมป์

เนื่องจากทริปนี้แน่นและค่อนข้างแข่งกับเวลา หัวใจสำคัญที่สุดเลยคือการวางแพลน แนะนำให้เช็กตารางเวลารถไฟไว้ล่วงหน้าให้เป๊ะ! ส่วนเรื่องที่พักกับเรื่องกินเน้นแบบง่าย ๆ สบาย ๆ ไม่ต้องหรูหรา โดยงบประมาณรวมทั้งทริปจะตกอยู่ที่ประมาณ 6,500 – 7,000 NTD ต่อคนเท่านั้น

เรื่องที่พักแนะนำให้เน้นเลือกรอบ ๆ สถานีรถไฟที่เดินถึงได้ใน 5–10 นาที ห้องพักสะอาด เรียบง่าย และแนะนำให้เลือกที่ที่มีเคาน์เตอร์บริการ 24 ชั่วโมง จะช่วยให้เช็กอินค่ำ ๆ หรือเช็กเอาต์ออกไปลุยตั้งแต่เช้าตรู่ได้สบายใจกว่า เทคนิคเล็ก ๆ ในการจอง แนะนำให้เลือกจองแบบที่ยกเลิกฟรีได้ก่อน 18:00 น. ของวันที่เข้าพัก ไว้เผื่อแพลนมีสลับปรับเปลี่ยนระหว่างทาง

ถ้าอยากพิชิตภารกิจเก็บสแตมป์ให้ครบทั้ง 22 สถานีแบบราบรื่น ไร้รอยต่อ ก็ต้องวางแพลนเรื่องเวลารถไฟและการกะเวลาลงไปปั๊มสแตมป์ให้เป๊ะ ๆ เลย! 

สำหรับการซื้อตั๋วเดินทาง ถ้าใครอยากเก็บตั๋วรถไฟกระดาษไว้เป็นของที่ระลึก แนะนำให้หยอดตู้กดซื้อเป็นเที่ยว ๆ หน้างานได้เลย ราคารวมตลอดทริปจะตกอยู่ราวๆ 2,300 NTD ซึ่งประหยัดกว่าตั๋ว TR-PASS (ราคาประมาณ 2,500 NTD) แต่ถ้าใครเน้นเอาสะดวก ไม่อยากเสียเวลาเข้าคิวซื้อตั๋วทุกสถานี จะเลือกใช้บัตร EasyCard แตะเข้าออก หรือซื้อตั๋ว TR-PASS / Taiwan PASS ใบเดียวจบเลยก็สะดวกไปอีกแบบ

ข้อควรระวังสำคัญคือการแวะสถานีเล็ก ๆ อย่าง เช่น สถานีซานหลี่ ที่มีรถไฟจอดแค่ประมาณวันละ 7 ขบวนเท่านั้น ต้องเช็กตารางรถไฟกันให้ดี ๆ เลย แนะนำให้วางแผนแวะแต่ละสถานีประมาณ 20–30 นาที กำลังพอดีให้มีเวลาวิ่งไปปั๊มสแตมป์กับโพสท่าถ่ายรูปสวย ๆ และในแต่ละวันอาจจะเลือกสัก 1–2 สถานีหลัก ไว้แวะพักยาว ๆ 1 ชั่วโมงขึ้นไป เพื่อออกไปเดินชิลชมเมืองน่ารัก ๆ รอบสถานีให้ได้ฟีลท่องเที่ยวเต็มที่ยิ่งขึ้น

FAQ คำถามที่พบบ่อย 

Q: การเดินทาง 3 วัน 22 สถานีแน่นเกินไปไหม?

A: ทริปรูปแบบนี้จะมีจังหวะการเดินทางที่รวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความท้าทาย แต่หากต้องการจังหวะการเดินทางที่ผ่อนคลายขึ้น สามารถลดจำนวนสถานีลง หรือเพิ่มเวลาในการเดินทางให้ได้มี 1-2 ชั่วโมงแวะพักตามสถานที่ได้ 

Q: จำเป็นต้องจำกัดเวลาที่ 60 ชั่วโมงพอดีหรือไม่?

A: ไม่จำเป็น เวลา 60 ชั่วโมงสำหรับสายลุยชอบความท้าทาย ถ้าอยากชิล สามารถปรับลดหรือขยายเวลาตามความเหมาะสมของตนเองได้

Q: หากเกิดเหตุรถไฟล่าช้าควรจัดการอย่างไร?

A: กรณีเกิดเหตุขัดข้องหรือรถไฟล่าช้า แนะนำให้ตัดสถานีขนาดเล็กออก 1–2 แห่ง แล้วนั่งรถไฟตรงไปยังสถานีใหญ่ทันที เพื่อรักษาตารางการเดินทางในจุดถัดไปให้เป็นไปตามแผน 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:
https://hny.link/XH18PkC 

เทศกาลแนะนำ