
เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา สำนักงานท่องเที่ยวไต้หวันเดินหน้ายกระดับบริการด้านการท่องเที่ยว และได้ประกาศความร่วมมือกับ 7 – Eleven โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกัน ขยายช่องทางการบริการ ความร่วมมือทางด้านการตลาด รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลเชิงลึก เพื่อสร้างความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน โดยการร่วมมือครั้งนี้ จะเริ่มจากการผลักดันแนวคิด “ร้านสะดวกซื้อสำหรับนักท่องเที่ยว” ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมบริการแบบ PWA ซึ่งเป็นการพัฒนาเว็บไซต์รูปแบบใหม่ นอกจากนี้ยังขยายช่องทางให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถแลกรับสิทธิประโยชน์ผ่านร้านสะดวกซื้อได้ทั่วประเทศ และในอนาคตทั้งสองฝ่ายยังคงผสานจุดแข็งข้ามอุตสาหกรรมและกลยุทธ์การตลาดเชิงนวัตกรรม เพื่อสร้างประสบการณ์บริการด้านการท่องเที่ยวที่ครบถ้วน สะดวก และตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยว

ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน เฉินอวี้ซิ่ว กล่าวว่า จากความต้องการข้อมูลการท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์ของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำนักงานฯ จึงเตรียมผลักดันการบริการแบบ PWA โดยจะดำเนินการเป็นระยะ ๆ โดยในระยะแรกจะบูรณาการพื้นที่ท่องเที่ยว 3 พื้นที่ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก รวมถึงเกาะจินเหมิน และคาดว่าจะขยายให้ครอบคลุมทั่วไต้หวันภายในปลายเดือนกรกฎาคม ปี 2026 พร้อมกันนี้ยังเปิดตัว OhBear AI ผู้ช่วยอัจฉริยะด้านการท่องเที่ยว โดยปัจจุบันได้มีการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นทางการจากหลายหน่วยงาน อย่างสำนักงานการท่องเที่ยว , National Park Service, Ministry of Interior , Forestry and Nature Conservation Agency , Agency of Rural Development and Soil and Water Conservation , Industrial Development Administration Ministry of Economic Affairs รวมถึงข้อมูลการท่องเที่ยวแบบ Open Data จากหน่วยงานท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น ข้อมูลเส้นทางการท่องเที่ยวตามธีมและกิจกรรมต่าง ๆ , ข้อมูลเส้นทางศึกษาธรรมชาติและพื้นที่นันทนาการในอุทยานแห่งชาติ , ข้อมูลพื้นที่นันทนาการเขตป่าไม้และเส้นทางเดินธรรมชาติ รวมถึงข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงเกษตร อย่างฟาร์มเพื่อการพักผ่อน นอกจากนี้ยังมีข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอุตสาหกรรมและโรงงาน ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว กิจกรรมเทศกาลและข้อมูลการท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์จากหน่วยงานท้องถิ่นต่างๆ ในขณะเดียวกัน ทางสำนักงานฯ ยังติดตั้ง QR Code เข้าสู่แพลตฟอร์มข้อมูลการท่องเที่ยวเหล่านี้ไว้บนเครื่อง ibon ใน 7 – Eleven กว่า 7,200 สาขาทั่วไต้หวัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถสแกน QR Code เข้าถึงข้อมูลท่องเที่ยวจากแหล่งข้อมูลทางการที่ถูกต้องและอัปเดตแบบเรียลไทม์ได้อย่างสะดวก

ผู้อำนวยการเฉินอวี้ซิ่ว ชี้ว่า สำนักงานฯ มีแผนที่จะสานต่อแคมเปญ “ Taiwan the Lucky Land 2.0 ” ต่อเนื่องในปีนี้ เพื่อยกระดับความสะดวกรวมถึงประสบการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยว ทั้งสองฝ่ายจึงเตรียมร่วมมือกันเพื่อขยายช่องทางการรับรางวัลเพิ่มเติม เพื่อให้นักท่องเที่ยว สามารถรับของขวัญพิเศษได้อย่างสะดวกตลอดการเดินทางในไต้หวัน และในระยะต่อไปสำนักงานฯ ยังมีแผนเชิญผู้ประกอบการรายอื่น ๆ เข้าร่วมเพิ่มเติม เพื่อมอบบริการที่สะดวกยิ่งขึ้นแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนไต้หวัน
ทั้งนี้ทาง 7 – Eleven ระบุว่า เมื่อบริการด้านการท่องเที่ยวสามารถเข้ามาอยู่ในพื้นที่การใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนได้ ก็จะช่วยให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวสะดวกสบายขึ้นปัจจุบัน 7 – Eleven มีสาขาครอบคลุมกว่า 368 ตำบลทั่วไต้หวัน ด้วยเครือข่ายสาขาที่หนาแน่นและเข้าถึงพื้นที่ชุมชน ทำให้ร้านกว่า 7,200 สาขาสามารถกลายเป็นจุดเชื่อมต่อสู่การบริการท่องเที่ยวดิจิทัลที่สะดวก อีกทั้งยังกลายเป็นพันธมิตรและแพลตฟอร์มสำคัญที่สามารถยกระดับบริการด้านการท่องเที่ยวของภาครัฐไปสู่พื้นที่ต่างๆ ทั้งนี้ ผลลัพธ์การร่วมมือในครั้งนี้จะถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำคัญในการกำหนดนโยบายการท่องเที่ยวและการขยายบริการด้านการท่องเที่ยวของสำนักงานท่องเที่ยวในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตัวแทนจากหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือต่างๆ มาเข้าร่วมงานในครั้งนี้ ได้แก่ หวังเฉิงจี ผู้อำนวยการสำนักงาน National Park Service, Ministry of Interior , จาง ไต้ รองผู้อำนวยการสำนักงาน Forestry and Nature Conservation Agency , อู๋จิงจิง หัวหน้าทีมสำนักงาน Agency of Rural Development and Soil and Water Conservation , จางเว๋ยเซิ่ง ผู้เชี่ยวชาญจาก Industrial Development Administration Ministry of Economic Affairs , เฉินเจียเสียง รองเลขาธิการสมาคมการท่องเที่ยวไต้หวัน , และ กัวเหวินข่าย ผู้อำนวยการสำนักงานเตรียมการสถาบันพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวไต้หวัน และตัวแทนจากบริษัทผู้ให้บริการบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ทั้งสามแห่ง ที่ได้ร่วมแสดงการสนับสนุนต่อความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวในอนาคตต่อไป
ทางสำนักงานฯ ยังระบุเพิ่มเติมว่า แนวคิด “ร้านสะดวกซื้อสำหรับนักท่องเที่ยว” ไม่เพียงแต่เป็นแผนการความร่วมมือเชิงนวัตกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการยกระดับบริการด้านการท่องเที่ยว ทั้งนี้ในอนาคตสำนักงานฯ จะเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือข้ามภาคส่วน พร้อมพัฒนากลยุทธ์การตลาดเชิงนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมให้บริการแบบ PWA สามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวได้มากยิ่งขึ้น และยังชี้แจงอีกว่า OhBear AI ไม่ใช่ระบบ AI แบบเปิดทั่วไป แต่เป็นเครื่องมือบริการการท่องเที่ยวอัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นโดยใช้ฐานข้อมูลทางการ และข้อมูลการท่องเที่ยวแบบ Open Data จากหลายหน่วยงานเป็นแกนหลัก เพื่อให้มั่นใจว่านักท่องเที่ยวจะได้รับข้อมูลจากการท่องเที่ยวที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุด พร้อมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตร ชาญฉลาด และอบอุ่น ซึ่งจะช่วยยกระดับเสน่ห์และขีดความสามารถในการแข่งขันของการท่องเที่ยวไต้หวันในระดับนานาชาติ

แหล่งที่มา : https://www.taiwan.net.tw/m1.aspx?sNo=0044285