ดื่มด่ำวิถีสโลว์ไลฟ์ ตามรอยของอร่อย และชมแสงเย็นสุดโรแมนติก

ขอบคุณรูปภาพจาก www.twtainan.net
อันผิง (Anping) เมืองท่าเก่าแก่ที่ถือกำเนิดขึ้นจากสันดอนทรายที่สะสมตัวกันมายาวนานในทะเล ชื่อเก่าของที่นี่ คือ “คุนเซิน” ซึ่งหมายถึงสันดอนทรายที่มีลักษณะคล้ายหลังปลาวาฬลอยอยู่บนทะเล ในศตวรรษที่ 17 ในสมัยที่บริษัทอินเดียตะวันออกของเนเธอร์แลนด์ปกครอง ป้อมซีแลนเดียถูกสร้างขึ้นเป็นศูนย์กลางและตั้งชื่อว่า “ต้าหยวน” ซึ่งต่อมากลายเป็นที่มาของชื่อ “ไต้หวัน” นอกจากนี้อันผิงยังเคยเป็นประตูการค้าที่สำคัญ จึงเป็นจุดที่สั่งสมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันล้ำค่าไว้มากมาย
นอกจากประวัติศาสตร์อันยาวนานแล้ว อันผิงยังเป็นสถานที่ที่มีเสน่ห์ที่สะท้อนบรรยากาศที่ผ่อนคลายและมีชีวิตชีวาของไถหนาน ไม่ว่าจะเป็นการชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม การเยี่ยมชมวัดโบราณอันศักดิ์สิทธิ์ การลิ้มลองอาหารชาวประมงท้องถิ่น สัมผัสกลิ่นอายเมืองเก่าที่ไหลผ่านสายธารแห่งกาลเวลานี้
หลิว โป๋ฮั่น เจ้าของร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ Gyu Go Zou (牛五蔵 ) กล่าวว่า “อันผิงเป็นเหมือนภาพจำลองย่อส่วนของไถหนาน สถานที่ที่ผู้คนรักและเชี่ยวชาญเรื่องการกิน ที่นี่ผู้คนเต็มใจที่จะใช้เวลาอย่างจริงจังในการรับประทานอาหาร พูดคุย และสังสรรค์กัน”
ด้วยวัฒนธรรมท่าเรือและจิตวิญญาณของช่างฝีมือ (Craftsman) ที่สั่งสมมาตั้งแต่ยุคอุตสาหกรรมเกลือ คลองส่งน้ำ ท่าเรือประมง และการทำปูนขาวจากเปลือกหอย ทำให้อันผิงในปัจจุบันยังคงรักษาร่องรอยวิถีชีวิตดั้งเดิมของไถหนานไว้อย่างสมบูรณ์
ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ อันผิงนำเสนอวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่ไม่ธรรมดา ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายจนอยากกลับมาเยือนอีกซ้ำ ๆ เมื่อไหร่ที่เบื่อการท่องเที่ยวแบบรีบเร่ง ให้ลองจัดทริปสโลว์ไลฟ์ ปล่อยใจ ให้จังหวะชีวิตเดินช้าลงที่อันผิงดูสักครั้ง
จุดเช็คอิน: ชมธรรมชาติ สัมผัสประวัติศาสตร์
วัดเจ้าแม่มาจู่ Anping Kaitai Tianhou Temple

ขอบคุณรูปภาพจาก www.twtainan.net
สัมผัสความศรัทธา ณ วัดเจ้าแม่มาจู่ที่เก่าแก่ที่สุดในเกาะไต้หวัน
อันผิงเป็นย่านที่มีวัดเก่าแก่หลายร้อยปีมากที่สุดในไต้หวัน วัดแห่งนี้ เป็นวัดมาจู่ที่เก่าแก่ที่สุดในไต้หวัน สันนิษฐานว่าองค์เจ้าแม่มาจู่ได้ถูกอัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้โดยแม่ทัพเจิ้งเฉิงกง และยังคงรักษาองค์เทวรูปผ้าแบบโบราณ และงานฝีมือดั้งเดิมตั้งแต่สร้างวัดในปี 1668 เอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ทุกปีในช่วงเดือนที่เจ็ดตามปฏิทินจันทรคติ จะมีพิธีบรรลุนิติภาวะแบบโบราณ (做16) อันเป็นเอกลักษณ์ของไถหนาน ซึ่งเป็นพิธีแห่เจ้าแม่หมาจู่อันยิ่งใหญ่ ถูกจัดขึ้นทุก ๆ 4 ปี นับเป็นเทศกาลสำคัญที่ดึงดูดผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ” หากได้มาเยือนอันผิง แนะนำให้ลองมาเริ่มต้นการเดินทางที่นี่ ท่ามกลางเสียงสวดมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องคุ้มครองผู้คนมาหลายร้อยปี
บริษัทการค้าเต๋อจี้ & บ้านต้นไม้อันผิง (Former Tait & Co. Merchant House & Anping Tree House)

ขอบคุณรูปภาพจาก www.twtainan.net
พยานแห่งการอยู่ร่วมกันของประวัติศาสตร์และธรรมชาติ บริษัทการค้าเต๋อจี้ ก่อตั้งขึ้นในปี 1865 เป็นสถาปัตยกรรม อาคารสีขาวเปิดโล่งสไตล์โคโลเนียล หลังจากได้รับการบูรณะแล้ว ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานระดับ 3 ของประเทศ ภายในเป็นที่ตั้งของ “พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งประวัติศาสตร์การพัฒนาไต้หวัน” และ “หออนุสรณ์จูจิ่วอิ๋ง” ซึ่งจัดแสดงโบราณวัตถุและสิ่งของทางประวัติศาสตร์จากอันผิงตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ถึง 19 แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวไต้หวันในยุคแรก

ขอบคุณรูปภาพจาก www.twtainan.net
บ้านต้นไม้อันผิง คลังสินค้าเก่าที่ปัจจุบันถูกต้นไทรโบราณแผ่รากชอนไชและยึดเกาะผนังปูนจนกลายเป็นผืนผ้าใบธรรมชาติขนาดใหญ่ เป็นพยานถึงการเปลี่ยนแปลงของรุ่นสู่รุ่นภายในมีบันไดและทางเดินลอยฟ้าให้เราได้เดินชมอย่างใกล้ชิด ชมรากไม้ที่ถักทอเกี่ยวพันและโอบล้อมอาคารหลังนี้ไว้อย่างน่าอัศจรรย์
ตลาดปลาอันผิง (Anping Fish Market) บรรยากาศความครึกครื้นยามค่ำคืน

อันผิงในยามค่ำคืนไม่ได้มีแค่ซุปเนื้ออันเลื่องชื่อเท่านั้น หลังเที่ยงคืนตีหนึ่ง เรือประมงจะค่อย ๆ ทยอยเข้าเทียบท่าเพื่อขนถ่ายวัถุดิบสด ๆ จากทะเล ตลาดแห่งนี้มีปลาหลากหลายชนิด ทั้งปลาท้องถิ่น ปลานำเข้า และอาหารทะเลที่เลี้ยงในฟาร์ม เสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนเรียกลูกค้าดังสลับกันไม่ขาดสาย ประกายมีดที่ขูดเกล็ดปลาอย่างรวดเร็ว ผสมผสานกับกลิ่นคาวทะเลโชยเตะจมูก เป็นเสน่ห์ยามดึกเฉพาะตัวของตลาดปลาของคนท้องถิ่น สถานที่ที่เปิดให้เข้าชมเฉพาะช่วงดึกเท่านั้น
ล่องเรือชมคลองไถหนาน & เกาะอวี๋กวง (Tainan Canal Cruise & Yuguang Island) เที่ยวเกาะและชมพระอาทิตย์ตกดินสุดโรแมนติก

ขอบคุณรูปภาพจาก www.twtainan.net
ไถหนานพึ่งพาอาศัยท่าเรืออันผิงและเส้นทางน้ำอย่างมากในยุคแรกเริ่ม คลองใหม่ที่สร้างขึ้นในสมัยที่ญี่ปุ่นยึดครองเพื่อแก้ปัญหาการตกตะกอน คือคลองไถหนานในปัจจุบัน ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการค้าขายระหว่างอันผิงและไถหนาน คลองไถหนานในปัจจุบันได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้มีผลงานศิลปะเรียงรายตลอดสองฝั่งนักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือดีไซน์พิเศษเพื่อลอดใต้สะพาน รับลมทะเล และชมทัศนียภาพของเมือง ช่วงเวลายอดนิยมคือรอบ 6 โมงเย็น ซึ่งเราจะได้เห็นแสงอาทิตย์อัสดงสีส้มทองลาลับขอบฟ้าแบบไม่มีอะไรบดบัง เส้นทางเดินเรือจะพาล่องไปถึง เกาะอวี๋กวง (Yuguang Island) เกาะเล็ก ๆ ที่เชื่อมกับเมืองอันผิงด้วยสะพานอวี๋กวง ชื่อของเกาะมาจากแสงไฟที่ดึงดูดปลาในเวลากลางคืน ซึ่งดูคล้ายแสงไฟระยิบระยับ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการจัดงานเทศกาลศิลปะและการแสดงดอกไม้ไฟ ทำให้เกาะแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการเล่นวินด์เซิร์ฟ และกีฬาทางน้ำอื่น ๆ นอกจากนี้ บนเกาะยังมีป่าแนวกันลมผืนใหญ่และชายหาดธรรมชาติที่โค้งมนยาว 1.5 กิโลเมตร เรียกว่า “อ่าวพระจันทร์เสี้ยว” (Moon Bay) ในยามเย็น ท้องฟ้าและผืนน้ำจะถูกย้อมด้วยแสงสีแดงอมชมพูราวกับภาพในฝัน เหมาะแก่การมาเดินทอดน่อง ปล่อยใจไปกับเสียงคลื่น และดื่มด่ำกับความสโลว์ไลฟ์อย่างแท้จริง
ตะลุยกิน: ลิ้มรสท้องถิ่นจากทะเลและฝีมือระดับเชฟ
1. ร้าน Shopkeeper Xie (謝掌櫃)

ขอบคุณรูปภาพจาก https://guide.michelin.com/tw
อยู่ห่างจากแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างวัดเทียนโฮ่วและป้อมโบราณอันผิงเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ร้านนี้ใช้ซีฟู้ดสดใหม่ส่งตรงจากท่าเรือประมงอันผิง เมนูเด่นคือ ข้าวต้มซีฟู้ดปลานวลจันทร์ และ ท้องปลานวลจันทร์นาบกระทะ ที่ทำสดใหม่ชามต่อชาม เจ้าของร้านเคยล้มเหลวกับร้านอาหารผัดทะเลในอันผิงมาก่อน แต่ตัดสินใจเริ่มต้นธุรกิจใหม่ด้วยการเรียนรู้ฝีมือจากร้านซุปเนื้อชื่อดังในอันผิง ดังนั้นเขาจึงใส่ใจเรื่องน้ำซุปเป็นพิเศษ น้ำซุปที่เคี่ยวจนงวดและเข้มข้นทำให้ชาวอันผิงที่ลิ้นสัมผัสไวกลายมาเป็นลูกค้าประจำอย่างเหนียวแน่น
2. ร้าน Chuan Chia Congee (傳家鹹粥)

ขอบคุณรูปภาพจาก https://guide.michelin.com/tw
ร้านข้าวต้มมื้อเช้าที่ไม่มีป้ายหน้าร้าน ดูเรียบง่าย ตั้งอยู่ใกล้กับสะพานอันผิงวั่งเยว่ เปิดตั้งแต่ 6 โมงเช้า โดยใช้ปลาสด ๆ ที่เพิ่งเทียบท่า คนท้องถิ่นหลายคนเดินเข้ามาร้านนี้เหมือนเดินเข้าครัวบ้านตัวเอง เมนูบ้าน ๆ อย่าง ข้าวราดหมูสับซีอิ๊วรสหวานละมุน ซุปต้มจืดลูกชิ้นปลาใส่ปาท่องโก๋ และ ข้าวต้มปลานวลจันทร์ เป็นรสชาติเรียบง่ายที่ชวนให้คิดถึงเสมอ
3. ร้าน Como En Casa Gourmet (橄饗家)

ขอบคุณรูปภาพจาก https://guide.michelin.com/tw
ร้านอาหารสเปนโดยเชฟชาวสเปนและภรรยาชาวไต้หวัน พวกเขาเลือกใช้วัตถุดิบและอาหารทะเลสด ๆ ส่งตรงจากท่าเรืออันผิง นำมารังสรรค์เป็นเมนูคลาสสิก เช่น ข้าวผัดสเปนซีฟู้ด (Paella) กุ้งผัดกระเทียมน้ำมันมะกอก และ แฮมไอบีเรียน มอบรสชาติที่สดใสและมีชีวิตชีวาของสเปนได้ราวกับแสงแดดอันอบอุ่นของอันผิง
4. ร้าน Gyu Go Zou (牛五蔵)

ขอบคุณรูปภาพจาก https://guide.michelin.com/tw
ร้านเนื้อวัวท้องถิ่นระดับพรีเมียมที่คัดสรรเนื้อวัวคุณภาพมาเสิร์ฟในหลากหลายเมนู ทั้งหม้อไฟสไตล์ญี่ปุ่นและเมนูผัดแบบไต้หวัน จุดเด่นของร้านคือน้ำซุปกระดูกวัวรสกลมกล่อมที่เคี่ยวอย่างพิถีพิถัน รวมถึงหม้อไฟสูตรพิเศษที่ใช้ไส้วัวไต้หวันเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งเกิดจากเชฟผู้ก่อตั้ง ที่มีความเข้าใจวัฒนธรรมการรับประทานหม้อไฟของชาวอันผิงเป็นอย่างดี จึงได้ออกแบบการทานหม้อไฟตามแนวคิด “เริ่มต้นด้วยน้ำซุป แล้วค่อย ๆ เติมรสชาติให้เข้มข้นขึ้นทีละชั้นจนจบมื้อ” เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสรสชาติที่สมบูรณ์แบบในทุกคำ”
5. ร้าน L’herbe (香草小餐酒)

ขอบคุณรูปภาพจาก https://guide.michelin.com
ร้านอาหารสไตล์บิสโทรประตูกระจกสีน้ำเงินอมเขียวเรียบหรู คล้ายกับสีของน้ำทะเลอันผิง เชฟของร้านเคยไปศึกษาศิลปะการทำอาหารที่ฝรั่งเศสและเคยทำงานในร้านระดับมิชลิน 2 ดาวที่ไทเป อาหารของที่นี่เสิร์ฟเป็นคอร์สเมนูที่ผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่นเข้ากับสไตล์ยุโรป เมนูได้รับการจัดวางอย่างพิถีพิถัน แต่ยังคงมีบรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลาย ชวนให้นึกถึงร้านอาหารสำหรับครอบครัว
หนีความวุ่นวาย มาปล่อยให้จังหวะชีวิตหมุนช้าลงที่อันผิง เมืองท่าโบราณที่พร้อมจะเติมเต็มทั้งอิ่มท้องและอิ่มใจ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมใคร ๆ ต่างก็ตกหลุมรักความสโลว์ไลฟ์ของเมืองนี้
จะมาเที่ยวที่อันผิงอย่างไรดี ?
ที่ตั้ง: Anping District, Tainan City, Taiwan
การเดินทาง: นั่งรถไฟฟ้าความเร็วสูง THSR หรือรถไฟธรรมดา TRA มาลงที่สถานีไถหนาน จากนั้นสามารถต่อบัสสาย 14, 32, 99 ไปลงที่ป้าย Anping Old Fort หรือ Anping Tree House หรือนั่งแท็กซี่ไปยังเขตอันผิง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: